มาร์ก มาร์เกซ (Marc Marquez) นักบิดทีมดูคาติ คว้าชัยในศึกโมโตจีพี รายการเจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ที่สนามโมบิลิตี้ รีสอร์ต โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2026 ซึ่งเป็นสนามที่ 16 จากทั้งหมด 22 สนามของฤดูกาล ผลนี้ทำให้เขาตามหลังจ่าฝูง ฮอร์เก มาร์ติน (Jorge Martin) ของทีมอาพริเลีย เพียง 2 คะแนน
สำหรับแฟนชาวไทย สนามนี้มีเรื่องน่ายินดีเพิ่มเติม เพราะ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ได้กลับมาลงแข่งรุ่นใหญ่อีกครั้งในฐานะนักบิดตัวแทนของทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี และพาตัวเองจบการแข่งขันในอันดับที่ 13
มาร์เกซแซงขึ้นนำรอบที่ 10 แล้วคุมเกมจนจบ
การแข่งขัน 24 รอบสนามเริ่มต้นด้วยมาร์ตินที่ขึ้นนำในช่วงราว 10 รอบแรก ก่อนที่มาร์เกซจะแซงขึ้นนำและรักษาระยะห่างไว้ได้จนถึงธงตาหมากรุก ด้วยเวลารวม 41 นาที 31.467 วินาที เข้าเส้นก่อนมาร์ติน 1.363 วินาที ตามรายงานของเว็บไซต์ Crash.net และ MCNews
อีกประเด็นที่ทำให้สนามนี้ไม่ธรรมดา คือมิชลินถอนยางหลังแบบนิ่ม (soft) ออกจากการใช้งานในการแข่งขันหลัก ทุกคันจึงต้องใช้ยางหน้าแบบกลางและยางหลังแบบแข็ง ขณะที่ เอเนอา บาสเตียนีนี (Enea Bastianini) ทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดเป็นสถิติใหม่ของสนามที่ 1 นาที 43.041 วินาที
ผล 10 อันดับแรก:
- 1. มาร์ก มาร์เกซ (ดูคาติ)
- 2. ฮอร์เก มาร์ติน (อาพริเลีย) +1.363 วินาที
- 3. มาร์โก เบซเซคคี (อาพริเลีย) +2.252 วินาที
- 4. เอเนอา บาสเตียนีนี (KTM Tech3) +2.330 วินาที
- 5. ราอูล เฟอร์นานเดซ (แทร็กเฮาส์ อาพริเลีย)
- 6. ไอ โอกุระ (แทร็กเฮาส์ อาพริเลีย)
- 7. เปโดร อาคอสตา (KTM)
- 8. ฟรานเชสโก บันญาญา (ดูคาติ)
- 9. แฟร์มิน อัลเดเกร์ (เกรสินี ดูคาติ)
- 10. ลูกา มารินี (ฮอนด้า เอชอาร์ซี)
ด้าน อเล็กซ์ มาร์เกซ น้องชายของผู้ชนะ ล้มในรอบที่ 19 หลังต้องรับโทษลองแลปสองครั้ง ส่วน ดิโอโก โมเรรา ล้มตั้งแต่รอบที่ 9 ขณะวิ่งอยู่อันดับ 8
ศึกชิงแชมป์โลกเหลือส่วนต่างแค่ 2 คะแนน
ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน (3 ตุลาคม) มาร์เกซก็ชนะการแข่งขันสปรินต์มาแล้ว ส่งผลให้คะแนนสะสมหลังจบสุดสัปดาห์ที่โมเตกิเป็นดังนี้ มาร์ติน 333 คะแนน, มาร์เกซ 331 คะแนน, เบซเซคคี 284 คะแนน, อาคอสตา 243 คะแนน และโอกุระ 237 คะแนน
หากนับจากนี้ยังเหลืออีก 6 สนาม โดยสนามถัดไปคืออินโดนีเซีย การชิงแชมป์โลกปีนี้จึงยังเปิดกว้างและน่าติดตามอย่างยิ่ง
สมเกียรติคัมแบ็กรุ่นใหญ่ ในสนามที่เคยคว้าแชมป์ Moto2
ฮอนด้า เอชอาร์ซี ประกาศเมื่อเดือนกันยายนว่าจะส่งสมเกียรติลงแข่งแทน โจน มีร์ (Joan Mir) ซึ่งยังอยู่ระหว่างพักฟื้นจากปัญหาสุขภาพที่เริ่มพบหลังสนามซานมาริโน ตามรายงานของ Cycle News ปีนี้สมเกียรติลงแข่งในศึกเวิลด์ซูเปอร์ไบก์ (WorldSBK) กับทีมของฮอนด้า หลังเคยแข่งโมโตจีพีเต็มฤดูกาลกับทีมแอลซีอาร์ ฮอนด้า ในปี 2025
สนามโมเตกิเป็นสนามที่มีความหมายกับเขา เพราะเคยคว้าชัยรุ่น Moto2 ที่นี่เมื่อปี 2023 และปีที่แล้วจบอันดับ 15 ในรุ่นโมโตจีพี ครั้งนี้เขาขยับขึ้นมาจบที่ 13 โดยให้สัมภาษณ์กับ Crash.net ว่าการกลับมาครั้งนี้ “quite amazing” หรือ “น่าทึ่งทีเดียว”
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับแฟนไทย
การได้เห็นนักบิดไทยกลับมาอยู่บนกริดสตาร์ทรุ่นใหญ่ แม้เป็นการลงแข่งแทนชั่วคราว ช่วยรักษาความต่อเนื่องของประสบการณ์ระดับโลกให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ส่วนการไล่ล่าแชมป์ระหว่างมาร์เกซกับมาร์ตินใน 6 สนามสุดท้าย น่าจะเป็นอีกหนึ่งศึกที่แฟนความเร็วชาวไทยติดตามกันจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล




