สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ แถลงเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 2.82% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 2.53% ในเดือนสิงหาคม และเป็นการเร่งตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยมีราคาน้ำมันและอาหารสดเป็นปัจจัยหลัก
ตัวเลขสำคัญ
- เงินเฟ้อทั่วไป ก.ย. 2569: 2.82% (ส.ค.: 2.53%)
- เงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน): 1.50% จาก 1.44% ในเดือนก่อน
- ราคาพลังงานมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ 1.85 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า 60% ของการเพิ่มขึ้นทั้งหมด
- ราคาเชื้อเพลิงในประเทศสูงกว่าปีก่อนราว 20.69% ตามรายงานของ Kaohoon International
- จากสินค้าและบริการที่สำรวจ 464 รายการ มี 190 รายการที่ราคาสูงขึ้น
อะไรดันราคา
รายงานระบุว่าราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่อาหารปรุงสำเร็จแพงขึ้นตามต้นทุนการผลิต และอาหารสด เช่น ไข่ ไก่ และผัก ปรับขึ้นจากสภาพอากาศที่ผันผวน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่าปัจจัยที่อาจหนุนเงินเฟ้อต่อ ได้แก่ แรงกดดันด้านราคาน้ำมัน การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหาร และค่าเดินทางที่สูงขึ้น
ส่วนน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ สนค. ประเมินว่าจะกระทบเงินเฟ้อโดยรวมค่อนข้างน้อย โดยอิงข้อมูลจากเหตุการณ์ปี 2554
กรอบเงินเฟ้อทั้งปีและมุมมองตลาด
กระทรวงพาณิชย์ปรับกรอบคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 เหลือ 1.8–2.2% จากเดิม 1.5–2.5% (ค่ากลาง 2.0%) บนสมมติฐานเศรษฐกิจไทยโต 2.0–2.5% และน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 85–95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์กรุงศรีมองว่าตัวเลข 2.82% ต่ำกว่าที่ตลาดคาด และธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ไปจนสิ้นปี ซึ่งเป็นความเห็นของผู้วิเคราะห์ ไม่ใช่ข้อสรุปของทางการ
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย
เงินเฟ้อที่สูงขึ้นสะท้อนค่าครองชีพที่คนไทยรู้สึกได้จากค่าน้ำมันและค่าอาหาร สิ่งที่ควรติดตามต่อ
- ทิศทางราคาน้ำมันและการลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- ผลของน้ำท่วมต่อราคาผักและอาหารสดในช่วงถัดไป
- เงินเฟ้อเดือนตุลาคมที่กระทรวงพาณิชย์จะประกาศในเดือนหน้า






