หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานประกาศขึ้นทะเบียน “มรดกภาพยนตร์ของชาติ” ประจำปี 2569 จำนวน 12 เรื่อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย โดยมี ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ประกาศรายชื่อ ส่งผลให้ปัจจุบันมีภาพยนตร์ที่ได้ขึ้นทะเบียนรวมทั้งหมด 275 เรื่อง
ปีนี้เป็นการประกาศครั้งที่ 16 นับตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2554 โดยมีประชาชนกว่า 1,200 คน ร่วมเสนอชื่อภาพยนตร์เข้ามา 323 เรื่อง ก่อนคณะกรรมการ 34 คนจากหลากหลายสาขาอาชีพจะพิจารณาร่วมกับภาพยนตร์ในคลังอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ ตามคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอิทธิพลต่อสังคม วัฒนธรรม และศิลปะ
รายชื่อ 12 มรดกภาพยนตร์ของชาติ ปี 2569
- โขน — ภาพยนตร์เงียบขาวดำ บันทึกการแสดงโขนหน้าพระที่นั่ง ตอนศึกมังกรกัณฐ์
- กรุภาพยนตร์ของหมอบุญส่ง เลขะกุล — ฟุตเทจรวมราว 22 ชั่วโมง ของผู้บุกเบิกงานอนุรักษ์ธรรมชาติของไทย
- นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ไปจีนแดงและเวียดนามเหนือ (2500)
- กรรมวิธีทำเฮโรอีน — ภาพยนตร์ 8 มม. บันทึกกระบวนการผลิตเฮโรอีนในยุคทศวรรษ 2500
- กรุภาพยนตร์กลุ่มชาติพันธุ์ในไทย จาก Encyclopaedia Cinematographica
- อัศวินดาบกายสิทธิ์ — ผลงานของ มิตร ชัยบัญชา
- ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2519
- แผ่นดินของเรา (2519) — ดัดแปลงจากนวนิยายของ มาลัย ชูพินิจ
- WESTWÄRTS…Südostasiatinnen in der BRD (การเดินทางสู่ตะวันตก… ผู้หญิงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเยอรมนีตะวันตก)
- เฉิ่ม (2548)
- แสงศตวรรษ (2549)
- ดาวคะนอง (2559)
ไฮไลต์: จากหนังรักคลาสสิก ถึงหนังที่ถูกตัดฉาก
เฉิ่ม (Midnight My Love) ผลงานกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ออกฉายปี 2548 ได้รับการยกย่องว่าสะท้อนสังคมไทยยุคนั้น และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางนักแสดงของ หม่ำ จ๊กมก ที่ประกบ นุ่น วรนุช ในงานประกาศครั้งนี้ทั้งสามคนได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
แสงศตวรรษ (Syndromes and a Century) ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้เข้าสายประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์เวนิสเมื่อปี 2549 แต่เมื่อฉายในไทยต้องใส่ฟิล์มดำทับฉากที่ไม่ผ่านการพิจารณา จนเกิดการถกเถียงและการรณรงค์เรื่องการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์
สองเรื่องเชื่อมโยงกับวาระ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้แก่ “ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2519” ภาพยนตร์ที่ผลิตหลังเหตุการณ์และนำเสนอมุมมองของฝ่ายความมั่นคงของรัฐในขณะนั้น และ “ดาวคะนอง” ของ อโนชา สุวิชากรพงศ์ ที่ย้อนสำรวจเหตุการณ์ผ่านมุมมองเชิงศิลปะ
ส่วน “แผ่นดินของเรา” ได้รับเลือกในปีที่ครบรอบ 120 ปีชาตกาลของ มาลัย ชูพินิจ ผู้ประพันธ์นวนิยายต้นเรื่อง
ฟุตเทจหายากที่บันทึกสังคมไทย
นอกจากภาพยนตร์เรื่องยาว รายชื่อปีนี้ยังให้ความสำคัญกับฟุตเทจสารคดีและภาพบันทึกที่หาดูยาก เช่น กรุภาพยนตร์ของ นพ.บุญส่ง เลขะกุล ซึ่งถ่ายไว้ระหว่างปี 2490–2530 บันทึกทั้งชีวิตส่วนตัว งานการแพทย์ สัตว์ป่า และกิจกรรมของสมาคมนิยมไพรสัตว์ ผู้บุกเบิกงานอนุรักษ์ธรรมชาติในไทย
ขณะที่กรุภาพยนตร์กลุ่มชาติพันธุ์จาก Encyclopaedia Cinematographica เป็นฟิล์ม 16 มม. ความยาวรวม 449 นาที ถ่ายทำในปี 2507–2508 โดยสถาบันภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ของเยอรมนี (IWF) เพื่อการศึกษาทางมานุษยวิทยา ส่วนสารคดี WESTWÄRTS… ถ่ายทำในปี 2532 ไม่นานก่อนกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย บันทึกชีวิตผู้หญิงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ย้ายไปอยู่เยอรมนีตะวันตก
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย
การขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ช่วยให้ภาพยนตร์และฟุตเทจเก่าได้รับการดูแลรักษาอย่างเป็นระบบ รายชื่อปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่ศิลปะการแสดงชั้นสูง ธรรมชาติ ชาติพันธุ์ การเมือง ไปจนถึงการเซ็นเซอร์ จึงเป็นเหมือนบันทึกความทรงจำร่วมของสังคมไทยที่คนรุ่นใหม่สามารถย้อนกลับไปศึกษาได้




