ภาพยนตร์สยองขวัญไทย “ธี่หยด: สมิงเขาขวาง” ผลงานของเอ็ม สตูดิโอ (M Studio) ร่วมกับช่อง 3 ซึ่งเข้าฉายเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 ทำรายได้วันแรกทั่วประเทศ 25 ล้านบาท ขึ้นเป็นหนังไทยเปิดตัววันแรกสูงสุดอันดับ 2 ของปีนี้ และกวาดรายได้รวมราว 100 ล้านบาทภายใน 5 วันแรก ครองอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศไทยในสัปดาห์เปิดตัว
ภาคใหม่นี้เป็นการเปิดเรื่องราวบทใหม่ในจักรวาล “ธี่หยด” นำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ, โบว์ เมลดา สุศรี, แฉะ องอาจ เจียมเจริญพรกุล และ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส สุเมตติกุล
ตัวเลขรายได้: อันดับ 2 ของปี รองจาก คำสารภาพของหมอผี
กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า รายได้วันแรก 25 ล้านบาท เป็นรองเพียง “คำสารภาพของหมอผี” ที่เปิดตัววันแรก 30 ล้านบาท ขณะที่เว็บไซต์ Thailand Box Office ซึ่งรวบรวมรายได้จากโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ รายงานยอดรวมของธี่หยดภาคนี้ไว้ที่ 101.31 ล้านบาท ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง Resident Evil ที่มียอดสะสม 54.10 ล้านบาท
หากเทียบกับภาคก่อน ๆ ตามข้อมูลที่ TV Digital Watch รวบรวมไว้ จะเห็นว่าภาคนี้เปิดตัวได้ต่ำกว่าทุกภาคที่ผ่านมา
- ธี่หยด (2566) วันแรก 39 ล้านบาท / 5 วันแรก ราว 300 ล้านบาท
- ธี่หยด 2 (2567) วันแรก 80 ล้านบาท / 5 วันแรก ราว 350 ล้านบาท
- ธี่หยด 3 (2568) วันแรก 60 ล้านบาท / 5 วันแรก ราว 200 ล้านบาท
- ธี่หยด: สมิงเขาขวาง (2569) วันแรก 25 ล้านบาท / 5 วันแรก ราว 100 ล้านบาท
ฝนตกหนักและน้ำท่วม ปัจจัยกดดันช่วงเปิดตัว
TV Digital Watch ประเมินว่า ตัวเลขที่ต่ำกว่าภาคก่อนส่วนหนึ่งมาจากช่วงเวลาเข้าฉายที่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากฝนตกต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งกระทบต่อการเดินทางไปโรงภาพยนตร์ของผู้ชม
อย่างไรก็ตาม การทำรายได้ทะลุหลัก 100 ล้านบาทภายในสัปดาห์แรกยังถือว่าแข็งแรงเมื่อเทียบกับหนังไทยส่วนใหญ่ และยืนยันว่าแฟรนไชส์นี้ยังมีฐานผู้ชมเหนียวแน่น หลังจากภาคก่อน ๆ สร้างรายได้รวมกันเป็นระดับพันล้านบาท
ภาพรวมโรงหนังไทยต้นเดือนตุลาคม
ตารางรายได้ของ Thailand Box Office ในสัปดาห์เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าหนังต่างประเทศอย่าง Resident Evil ยังทำรายได้ต่อเนื่อง ส่วนหนังเปิดตัวใหม่อย่าง Verity และ Forgotten Island มีรายได้ช่วงแรกราว 1.2–1.5 ล้านบาท ขณะที่หนังไทยอีกเรื่องอย่าง “จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” มียอดสะสมราว 21 ล้านบาท
สำหรับ “คำสารภาพของหมอผี” ซึ่งครองสถิติเปิดตัววันแรกสูงสุดของหนังไทยปีนี้ มียอดสะสมทั่วประเทศแล้วกว่า 261 ล้านบาท ตามข้อมูลชุดเดียวกัน ตัวเลขนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่น่าจับตาว่า ธี่หยดภาคใหม่จะไล่ตามได้หรือไม่
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
ประเด็นที่ต้องจับตาคือ หนังจะยืนระยะในสัปดาห์ที่สองและสามได้ดีแค่ไหน เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และจะทำรายได้รวมแตะระดับใกล้เคียงภาคก่อน ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าจักรวาลธี่หยดจะเดินหน้าสร้างภาคต่อไปในทิศทางใด




