เลือกอ่านตามหมวดหมู่
ข่าว

ข่าวและเหตุการณ์ล่าสุด

เทคโนโลยี

AI แกดเจ็ต และโลกดิจิทัล

ธุรกิจ

สตาร์ทอัพ การงาน เศรษฐกิจ

ไลฟ์สไตล์

อาหาร สุขภาพ การใช้ชีวิต

กีฬา

ทุกสนาม ทุกการแข่งขัน

บันเทิง

หนัง ดนตรี และศิลปะ

ความคิดเห็น

มุมมองจากคนในชุมชน

ท้องถิ่น

เรื่องใกล้ตัวในชุมชน

ท่องเที่ยว

ที่เที่ยวและทริปแนะนำ

บทความล่าสุด

เลือกตั้งบราซิลรอบสอง ฟลาวิโอ โบลโซนาโร นำลูลา ชิงชัย 25 ต.ค.

ผลเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบแรก 4 ต.ค. ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ได้ราว 47% แซงลูลาที่ได้ราว 45% ทั้งคู่ต้องชิงชัยรอบตัดสินวันที่ 25 ตุลาคมนี้
อาคารรัฐสภาแห่งชาติบราซิล กรุงบราซิเลีย
ภาพ: Eurico Zimbres / Wikimedia Commons (CC BY-SA 2.5)

การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลต้องไปตัดสินกันในรอบที่สอง หลังผลการลงคะแนนรอบแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 ไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินครึ่ง วุฒิสมาชิกฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) จากฝ่ายขวา ได้คะแนนนำราว 47% ส่วนประธานาธิบดีลุยส์ อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่ ได้ราว 45% ทั้งสองจะชิงชัยกันอีกครั้งในวันที่ 25 ตุลาคมนี้

นิตยสาร Americas Quarterly รายงานตัวเลขว่าฟลาวิโอได้ 47.03% ส่วนลูลาได้ 45.16% ขณะที่ Al Jazeera รายงานว่าฟลาวิโอได้ราว 56 ล้านเสียง และลูลาได้เกือบ 53 ล้านเสียง

ผลที่ผิดคาดจากโพล

ก่อนวันเลือกตั้ง โพลส่วนใหญ่คาดว่าลูลาจะเข้าเส้นชัยรอบแรกเป็นอันดับหนึ่ง แต่ผลจริงกลับออกมาตรงกันข้าม ฟลาวิโอนำอยู่ราว 2 จุด ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมโพลจึงประเมินคะแนนฝ่ายขวาต่ำเกินไป

ลูลายอมรับกับผู้สนับสนุนว่าเขาเคยมั่นใจว่าจะชนะได้ตั้งแต่รอบแรก และเปรียบสถานการณ์ตอนนี้ว่าเหมือนเกมฟุตบอลที่เข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ ตามที่ Al Jazeera รายงาน

ข้อมูลน่าสนใจจากการเลือกตั้งรอบแรกมีดังนี้

  • ผู้สมัคร: ลูลาอายุ 80 ปี ลงชิงตำแหน่งสมัยที่ 4 (ไม่ติดต่อกัน) ส่วนฟลาวิโออายุ 45 ปี เป็นลูกชายคนโตของอดีตประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro)
  • ผู้ไม่มาใช้สิทธิ์: สูงถึง 21.08% มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1998 ตามรายงานของ Americas Quarterly
  • รัฐสภา: พรรคเสรีนิยม (PL) ของฝ่ายโบลโซนาโรได้ที่นั่งมากที่สุด คือ 28 จาก 81 ที่นั่งในวุฒิสภา และ 121 จาก 513 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร
  • ประเด็นที่คนบราซิลกังวล: อาชญากรรม ค่าครองชีพ ดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อ และความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

เงาของผู้เป็นพ่อ

ฟลาวิโอลงสนามในฐานะผู้สืบทอดขบวนการขวาจัดของบิดา ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถลงสมัครได้ เพราะฌาอีร์ โบลโซนาโร กำลังรับโทษจำคุก 27 ปี จากคดีวางแผนรัฐประหารหลังแพ้เลือกตั้งปี 2022 ให้กับลูลา การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการประลองรอบใหม่ระหว่างสองขั้วการเมืองที่แบ่งประเทศมาหลายปี

ไบรอัน วินเทอร์ (Brian Winter) บรรณาธิการบริหารของ Americas Quarterly มองว่าฟลาวิโอมีโอกาสสูงที่จะชนะรอบสอง หากไม่มีข้อมูลใหม่ที่พลิกเกม ส่วนนักเศรษฐศาสตร์บางรายเตือนว่า แม้ฝ่ายขวาจะชนะ แต่รัฐสภาที่แตกเป็นหลายกลุ่มอาจทำให้การปรับสมดุลการคลังซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของบราซิลเดินหน้าได้ยาก

ศึกรอบสองจะชี้ขาดที่ไหน

ระบบเลือกตั้งของบราซิลกำหนดว่า ถ้าไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกิน 50% ของบัตรดี ต้องจัดการลงคะแนนรอบสองระหว่างผู้ได้คะแนนสูงสุด 2 อันดับแรก ผลรอบแรกครั้งนี้ทำให้ช่องว่างระหว่างสองฝ่ายเหลือเพียงราว 3 ล้านเสียง เสียงของผู้สมัครอันดับรอง ๆ อีก 10 คนจึงมีความหมายมาก Al Jazeera รายงานว่าผู้สมัครอย่างไกยาดู (Caiado) และซานโตส (Santos) ได้คะแนนรวมกันราว 5.3 ล้านเสียง ซึ่งมากพอจะเปลี่ยนผลได้หากผู้สนับสนุนกลุ่มนี้หันไปทางใดทางหนึ่ง

อีกปัจจัยคือผู้ที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีมากกว่า 1 ใน 5 ของผู้มีสิทธิ์ ทั้งสองฝ่ายจึงต้องหาทางดึงคนกลุ่มนี้กลับมาที่คูหาให้ได้ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย

บราซิลเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา เป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS และเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก เช่น น้ำตาล เนื้อไก่ และถั่วเหลือง ซึ่งหลายรายการเป็นคู่แข่งหรือวัตถุดิบสำคัญของไทย หากผู้นำคนใหม่เปลี่ยนนโยบายการค้า ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และจีน หรือทิศทางเศรษฐกิจ ก็อาจส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรและการค้าโลกที่ไทยเกี่ยวข้องด้วย

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือการหาเสียงช่วง 3 สัปดาห์ก่อนวันที่ 25 ตุลาคม โดยเฉพาะว่าผู้สมัครที่ตกรอบจะประกาศสนับสนุนใคร และฐานเสียงที่ไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ในรอบแรกจะตัดสินใจอย่างไร

แหล่งข่าวอ้างอิง

แชร์บทความนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *