สถานการณ์น้ำท่วมในไทยยังน่าเป็นห่วง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูลเมื่อเช้าวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ว่ายังมีน้ำท่วมใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชน 1,171,165 ครัวเรือน หรือราว 3.26 ล้านคน ครอบคลุม 154 อำเภอ 1,209 ตำบล และ 8,790 หมู่บ้าน ขณะที่รัฐบาลเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่าจะมีฝนหนักต่อเนื่องอีกหลายวัน
ตัวเลขดังกล่าวลดลงเล็กน้อยจากวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำท่วมหนักที่สุด ครั้งนั้นมีรายงานน้ำท่วม 31 จังหวัดและกรุงเทพฯ กระทบมากกว่า 1.24 ล้านครัวเรือน
พื้นที่ไหนหนักที่สุด
อธิบดี ปภ. ระบุว่าสาเหตุมาจากฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง ประกอบกับมวลน้ำจำนวนมากจากภาคเหนือไหลลงสู่ภาคกลาง ทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ เว็บไซต์ Nation Thailand รายงานจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่หลักไว้ดังนี้
- กรุงเทพฯ ราว 329,000 ครัวเรือน
- สมุทรปราการ 223,346 ครัวเรือน
- ปทุมธานี 169,724 ครัวเรือน
- ชลบุรี 118,723 ครัวเรือน
- ฉะเชิงเทรา 58,960 ครัวเรือน (ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น)
- พระนครศรีอยุธยา 53,457 ครัวเรือน
Nation Thailand ยังรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมรอบนี้อย่างน้อย 22 ราย
ในกรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าคลองสายหลักส่วนใหญ่ดีขึ้นแล้ว ยกเว้นคลองประเวศบุรีรมย์ที่ยังกระทบย่านร่มเกล้า ลาดกระบัง และสะพานสูง
เงินเยียวยาได้เท่าไร ลงทะเบียนอย่างไร
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 29 กันยายน กำหนดเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนการลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” เริ่มเปิดตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- 9,000 บาท สำหรับครัวเรือนที่บ้านหลักถูกน้ำท่วมและทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป
- 5,000 บาท สำหรับบ้านหรืออาคารสูงที่ถูกน้ำล้อมรอบตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป
- 2 ล้านบาท เป็นเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมหรือดินโคลนถล่ม
ข้อมูล ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 1,056,361 ครัวเรือนทั่วประเทศ มากที่สุดคือกรุงเทพฯ 458,987 ครัวเรือน รองลงมาคือสมุทรปราการ 149,194 ครัวเรือน และปทุมธานี 130,010 ครัวเรือน ปภ. ระบุว่าหลังท้องถิ่นตรวจสอบข้อมูลและส่งต่อให้ธนาคารออมสินแล้ว คาดว่าจะโอนเงินได้ภายใน 2-3 วัน หรือไม่เกินสิ้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนควรตรวจให้แน่ใจว่าเลือกพื้นที่ประสบภัยถูกต้อง เพราะถ้าเลือกผิด ระบบอาจปฏิเสธคำขอ
รัฐบาลสั่งการอะไรบ้าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติผ่านระบบวิดีโอจากศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ และสั่งการเร่งด่วน 4 เรื่อง ได้แก่ เร่งประเมินความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยา เร่งระบายน้ำและทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ เร่งฟื้นฟูไฟฟ้า ประปา และการสื่อสาร และให้ 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ถึงนราธิวาส เตรียมรับมือฝนหนัก
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าวันที่ 9-13 ตุลาคม จะมีฝนเพิ่มอีกระลอกในกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนเช้าวันที่ 6 ตุลาคม ปภ. ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากระดับน้ำในลำภาชีสูงขึ้นในอำเภอด่านมะขามเตี้ย และในจังหวัดน่านหลายอำเภอที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม
สำหรับคนไทย เรื่องนี้กระทบทั้งความปลอดภัย รายได้ และการเดินทางในชีวิตประจำวัน ผู้ที่บ้านได้รับผลกระทบควรรีบลงทะเบียนในแอปทางรัฐให้ถูกต้อง และติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือ แจ้งเหตุได้ที่สายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทาง LINE @1784DDPM
หมายเหตุ: ภาพปกเป็นภาพประกอบเหตุน้ำท่วมในจังหวัดนนทบุรีในอดีต ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ครั้งนี้










