เลือกอ่านตามหมวดหมู่
ข่าว

ข่าวและเหตุการณ์ล่าสุด

เทคโนโลยี

AI แกดเจ็ต และโลกดิจิทัล

ธุรกิจ

สตาร์ทอัพ การงาน เศรษฐกิจ

ไลฟ์สไตล์

อาหาร สุขภาพ การใช้ชีวิต

กีฬา

ทุกสนาม ทุกการแข่งขัน

บันเทิง

หนัง ดนตรี และศิลปะ

ความคิดเห็น

มุมมองจากคนในชุมชน

ท้องถิ่น

เรื่องใกล้ตัวในชุมชน

ท่องเที่ยว

ที่เที่ยวและทริปแนะนำ

บทความล่าสุด

โนเบลการแพทย์ 2026 ยกย่องผู้บุกเบิกออปโตเจเนติกส์ คุมสมองด้วยแสง

รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ 2026 ตกเป็นของ คาร์ล ไดสเซอรอท ปีเตอร์ เฮเกมันน์ และเกออร์ก นาเกล จากการค้นพบที่นำไปสู่การควบคุมเซลล์ประสาทด้วยแสง
คาร์ล ไดสเซอรอท นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลโนเบลการแพทย์ 2026 (ภาพถ่ายปี 2022)
ภาพ: Christopher Michel / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สมัชชาโนเบลแห่งสถาบันคาโรลินสกา (Karolinska Institutet) ประเทศสวีเดน ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2026 มอบรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประจำปีนี้ให้นักวิทยาศาสตร์ 3 คน ได้แก่ คาร์ล ไดสเซอรอท (Karl Deisseroth) ปีเตอร์ เฮเกมันน์ (Peter Hegemann) และ เกออร์ก นาเกล (Georg Nagel) จากการค้นพบช่องไอออนที่ตอบสนองต่อแสง และการพัฒนาเทคนิค “ออปโตเจเนติกส์” (optogenetics)

ออปโตเจเนติกส์คือวิธีที่ทำให้นักวิจัยสามารถ “เปิด” หรือ “ปิด” การทำงานของเซลล์ประสาทเฉพาะกลุ่มในสมองของสิ่งมีชีวิตได้ด้วยแสง ช่วยให้เข้าใจว่าวงจรประสาทใดควบคุมความจำ อารมณ์ และพฤติกรรม

จากสาหร่ายเซลล์เดียว สู่สวิตช์ควบคุมสมอง

ตามเอกสารเผยแพร่ของคณะกรรมการโนเบล เรื่องนี้เริ่มจากความสงสัยของเฮเกมันน์ว่า สาหร่ายเซลล์เดียวชื่อ คลาไมโดโมแนส (Chlamydomonas) ว่ายเข้าหาแสงได้อย่างไร ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เขาและนาเกลค้นพบโปรตีนชื่อ แชนเนลโรดอปซิน (channelrhodopsin) บนผิวเซลล์ของสาหร่าย เมื่อโดนแสงสีฟ้า โปรตีนนี้จะเปิดช่องให้ไอออนไหลเข้าเซลล์ จนเกิดสัญญาณไฟฟ้า และไม่ว่าจะนำไปใส่ในเซลล์ชนิดใด เซลล์นั้นก็จะไวต่อแสงตามไปด้วย

จากนั้นไดสเซอรอทได้นำยีนของแชนเนลโรดอปซินใส่เข้าไปในเซลล์ประสาทของหนู แล้วใช้แสงสีฟ้ากระตุ้นให้เกิดสัญญาณประสาทได้สำเร็จ ผลงานนี้ตีพิมพ์ในปี 2005 และอีกสองปีต่อมาเขาทำให้ “สวิตช์แสง” นี้ทำงานได้ในสมองของหนูที่ยังมีชีวิต

  • คาร์ล ไดสเซอรอท เกิดปี 1971 สถาบันการแพทย์ฮาวเวิร์ด ฮิวส์ และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา
  • ปีเตอร์ เฮเกมันน์ เกิดปี 1954 มหาวิทยาลัยฮุมบ็อลท์แห่งเบอร์ลิน เยอรมนี
  • เกออร์ก นาเกล เกิดปี 1953 มหาวิทยาลัยเวือร์ซบูร์ก เยอรมนี

เงินรางวัลรวม 12 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 40 ล้านบาท) แบ่งให้ผู้ได้รับรางวัลทั้งสามคนเท่า ๆ กัน

ประโยชน์ต่อการแพทย์: ยังอยู่ในขั้นวิจัย

คณะกรรมการโนเบลระบุว่า เทคนิคนี้ช่วยให้นักวิจัยค้นพบวงจรประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำ ความรู้สึก และพฤติกรรม ซึ่งสัมพันธ์กับโรคทางระบบประสาทและจิตเวช และในทางคลินิกมีความพยายามใช้วิธีนี้เพื่อฟื้นฟูการมองเห็นของผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา

“ออปโตเจเนติกส์เปิดโอกาสให้เราทำแผนที่สมองได้ในแบบที่เคยได้แต่ฝันถึง” — แปร์ สเวนนิงส์สัน ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์

นิตยสาร Scientific American รายงานว่า งานวิจัยด้วยเทคนิคนี้ช่วยอธิบายกลไกของภาวะอย่างโรคพาร์กินสันและโรคลมชัก และมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการรักษาภาวะต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าและการเสพติด อย่างไรก็ตาม การใช้รักษาในคนส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นทดลอง ผู้อ่านจึงควรติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่มองว่าเป็นการรักษาที่พร้อมใช้แล้ว

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย

โรคทางสมองและจิตเวช เช่น ภาวะซึมเศร้า พาร์กินสัน และสมองเสื่อม เป็นปัญหาสุขภาพที่ใกล้ตัวในสังคมสูงวัยอย่างไทย ความรู้พื้นฐานเรื่อง “สมองทำงานอย่างไร” ที่ได้จากออปโตเจเนติกส์ จึงเป็นรากฐานสำคัญของยาและวิธีรักษาแบบใหม่ในอนาคต

หลังจากนี้รางวัลโนเบลสาขาอื่น ๆ จะทยอยประกาศตามมา ซึ่งน่าติดตามว่าจะมีงานด้านสุขภาพหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้รับการยกย่องเพิ่มเติมหรือไม่

แหล่งข่าวอ้างอิง

แชร์บทความนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *