กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ถึงประชาชนในอำเภอบางพลี บางบ่อ และบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 11.20 น. ระบุว่าระดับน้ำในพื้นที่อาจทรงตัวหรือลดลงเพียงเล็กน้อยต่อไปอีกประมาณ 7–10 วัน เพราะน้ำจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกยังถูกระบายผ่านพื้นที่จังหวัดลงสู่ทะเล ส่งผลให้ชุมชนหลายแห่งต้องอยู่กับน้ำท่วมขังต่อเนื่องเข้าสู่ต้นเดือนตุลาคม
สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดแห่งหนึ่งของอุทกภัยรอบนี้ รายงานของ ปภ. ณ วันที่ 2 ตุลาคม ระบุว่ามีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 307,704 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย ส่วนรายงานวันที่ 4 ตุลาคม ตัวเลขครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบลดลงเหลือ 223,346 ครัวเรือน แต่จังหวัดยังอยู่ในกลุ่มที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดร่วมกับปทุมธานีและพระนครศรีอยุธยา
ทำไมน้ำในบางพลี-บางบ่อจึงลดช้า
ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ผนวกกับมวลน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงสู่ภาคกลาง ทำให้ระบบคลองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และสมุทรปราการต้องรับน้ำจำนวนมากพร้อมกัน พื้นที่บางพลี บางบ่อ และบางเสาธงอยู่บนเส้นทางที่น้ำต้องไหลผ่านก่อนออกสู่อ่าวไทย ระดับน้ำจึงไม่ลดลงทันทีแม้ฝนจะเบาลง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการประกาศในทิศทางเดียวกับ ปภ. ว่าระดับน้ำในสามอำเภอนี้จะไม่ลดลงหรือลดลงเพียงเล็กน้อยในช่วง 7–10 วัน ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งผันน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์เข้าคลองสำโรงเพื่อระบายออกทะเล และเขื่อนเจ้าพระยาปรับการระบายน้ำเพิ่มจาก 2,300 เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงเดียวกัน
ต่อมา โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตรได้เปิดประตูระบายน้ำบางพลีเพื่อเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ปภ. จึงส่ง Cell Broadcast อีกรอบเตือนประชาชนบางตำบลในอำเภอบางพลี เช่น บางโฉลง บางพลีใหญ่ บางแก้ว และในอำเภอเมืองสมุทรปราการ เช่น เทพารักษ์ สำโรงเหนือ บางด้วน บางโปรง ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจสูงขึ้นและยกของขึ้นที่สูง
ความเสี่ยงที่ชาวบ้านต้องระวัง
นอกจากความเสียหายต่อบ้านเรือน น้ำท่วมขังนานยังเพิ่มความเสี่ยงไฟฟ้าดูด เมื่อวันที่ 27 กันยายน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และหมดสติอีก 1 ราย จากเหตุที่คาดว่าถูกไฟฟ้าดูดในหมู่บ้านจัดสรรที่น้ำท่วมในอำเภอบางพลี เจ้าหน้าที่จึงย้ำคำแนะนำพื้นฐานที่ควรทำทันที
- ตัดสวิตช์ไฟชั้นล่างหากน้ำใกล้ถึงปลั๊กหรือเต้ารับ และไม่แตะอุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก
- ย้ายผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
- ยกเอกสารสำคัญ ยา และของมีค่าขึ้นที่สูง
- ขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน ปภ. 1784 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือ LINE @1784DDPM หรือแจ้งผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สำหรับการเยียวยา รัฐบาลกำหนดเงินช่วยเหลือ 9,000 บาทสำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วม และ 5,000 บาทสำหรับครัวเรือนที่ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป โดยให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ข้อมูลล่าสุดที่มีการรายงานระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนจากสมุทรปราการแล้วกว่า 122,000 ราย ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนควรตรวจสอบเงื่อนไขกับหน่วยงานท้องถิ่น เพราะรายละเอียดอาจปรับเปลี่ยนได้
สิ่งที่ต้องติดตามต่อ
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าภาคกลางและภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกช่วงวันที่ 8–13 ตุลาคม หากฝนรอบใหม่ตกซ้ำในพื้นที่ที่น้ำยังไม่ลด ระยะเวลาท่วมขังอาจยาวกว่าที่คาด อีกปัจจัยคือน้ำทะเลหนุนสูงช่วงต้นเดือนตุลาคม ซึ่งหน่วยงานด้านน้ำเตือนว่าอาจทำให้การระบายน้ำลงอ่าวไทยช้าลง
สำหรับคนสมุทรปราการ เรื่องนี้กระทบทั้งชีวิตประจำวัน การเดินทางไปทำงาน และรายได้ของร้านค้าในชุมชน การติดตามประกาศจาก ปภ. และจังหวัดอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมของใช้จำเป็นให้พอสำหรับอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ จะช่วยลดความเสี่ยงได้มากในช่วงที่น้ำยังไม่ลด
แหล่งข่าวอ้างอิง
- Nation Thailand – DDPM sends Cell Broadcast flood alerts to three Samut Prakan districts
- กรุงเทพธุรกิจ – สมุทรปราการ 3 อำเภอน้ำท่วมขัง 7-10 วัน
- กรุงเทพธุรกิจ – ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนระดับน้ำสมุทรปราการ
- Nation Thailand – DDPM reports 3.26m people hit by Thai floods on Oct 4
- แนวหน้า – สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด 31 จังหวัด
- Khaosod English – One dead, one unconscious after electric shock in flooded Samut Prakan village
- Thai Enquirer – News Summary October 5, 2026









